ผ้าไหมและผ้าชนิดอื่นที่อนุญาตสวมใส่

ไหมและผ้าชนิดอื่น
เสื้อผ้านั้นมีสามจำพวก
- พวกแรก จะทำให้อบอุ่น เพิ่มความร้อนแก่ร่างกาย
- พวกต่อมา ให้ความอบอุ่น แต่ไม่ทำให้ร่างกายร้อนขึ้น
- พวกที่สาม ไม่ให้ทั้งความอบอุ่น และความร้อน
แต่ไม่มีชนิดที่ให้เฉพาะความร้อน แต่ไม่ให้ความอบอุ่น เพราะสิ่งที่ให้ความร้อนย่อมจะต้องให้ความอบอุ่นอยู่แล้ว เสื้อผ้าขนสัตว์ให้ทั้งความอบอุ่นและความร้อน
ส่วนผ้าลินิน ผ้าไหม และผ้าฝ้าย ให้ความอบอุ่น แต่ไม่ให้ความร้อน
- ผ้าลินิน ให้ความเย็นและแห้ง ผ้าขนสัตว์ให้ความร้อนและแห้ง
- ผ้าฝ้าย ให้ความร้อนปานกลาง
- ผ้าไหม อ่อนนุ่มกว่า ผ้าฝ้าย และให้ความร้อนน้อยกว่า
ผ้าไหม ก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน มันไม่แห้งหรือหนาเท่าๆ กับผ้าอย่างอื่น มันจึงมีประโยชน์ในโรคคัน เพราะโรคคันนั้น จะเกิดขึ้นจากความร้อน ความแห้งและความหนาของเสื้อผ้านั่นเอง ด้วยเหตุนี้ ท่านนบี ซล.จึงได้อนุญาตให้เซด และอับดุลเราะห์มาน สวมใส่ผ้าไหมได้ เพื่อรักษาอาการคัน และเสื้อผ้าไหมป้องกันไม่ให้เห็บเหาเกิดขึ้นในผ้าได้ เนื่องจากสภาพธรรมชาติของผ้าไหม จะไม่เหมาะสมที่เห็บเหาจะเกิดได้นั่นเอง ส่วนเสื้อผ้าชนิดที่ไม่ให้ความร้อนและความอบอุ่นนั้น ทำมาจากเหล็กและตะกั่ว ไม้และทราย เป็นต้น มีคำพูดว่า ในเมื่อเสื้อผ้าที่ทำจากไหม เป็นเสื้อผ้าที่ดีและเหมาะสมกับร่างกายแล้ว เพราะเหตุใดกฎหมายอิสลาม จึงห้ามไม่ให้ใส่มัน ทั้งๆ ที่กฎหมายควรอนุญาตในสิ่งที่ดี และห้ามในสิ่งที่ไม่ดี คำตอบสำหรับคำถามนี้ มีหลายอย่างแตกต่างกันไป แต่สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธแล้ว ก็คงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตอบคำถามดังกล่าว สำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในวิทยปัญญาที่แฝงอยู่ในบทบัญญัติของอิสลามแล้ว (ซึ่งเป็นส่วนมากของมุสลิม) จะกล่าวว่าอิสลามไม่อนุญาตให้ผู้ชายได้ใช้ผ้าไหม เพื่อให้รู้จักอดทน และละทิ้งมันเพื่ออัลลอฮ์ ซบ. และแน่นอนอัลลอฮ์ ซบ. จะทรงตอบแทนสิ่งที่ดีกว่าให้เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเขาสามารถใส่เสื้อผ้าอื่นๆ ได้อยู่แล้ว
บางคนตอบว่า ผ้าไหมนั้นถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้เหมาะกับ สตรี เช่นเดียวกับทอง ดังนั้น ไหมจึงถูกห้ามใช้ในผู้ชายเ พื่อไม่ให้เป็นการทำตัวคล้ายสตรี และบางคนกล่าวว่า ผ้าไหมถูกห้าม เพราะมันทำให้เกิด ความรู้สึกหยิ่งยโส และ ลืมตัว บางคนกล่าวว่า ผ้าไหม นั้นนุ่มสำหรับผิวหนัง ทำให้คล้ายผู้หญิง และลดความแข็งแกร่งของชายชาตรีลงไป ดังนั้น เราจะไม่เห็น (หรือเห็นน้อยมาก) ชายที่สวมผ้าไหม โดยที่ไม่มีอาการอ่อนไหวตุ้งติ้งคล้ายกับสตรี แม้ว่าเขาจะอยู่ท่ามกลางชายอกสามศอกก็ตาม ผู้ที่สวมใส่ผ้าไหม จึงมีความโน้มเอียงที่จะลดความเป็นชายลงทั้งร่างกายและจิตใจ
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องลดการใช้ผ้าไหมลงในผู้ชาย ส่วนใครก็ตามที่ไม่เชื่อความจริงดังกล่าว ก็ต้องมอบหมายต่อพระผู้เป็นเจ้าให้พระองค์ทรงเป็นผู้ตัดสินเอง มีรายงานจากนะซาอี จากหะดีษอบีมูซา อัลอัชอะรีย์จากท่านนบี ซล.ได้กล่าวว่า “แท้จริงอัลลอฮ์ ซบ.ทรงอนุญาตให้ประชาชาติของฉันที่เป็นหญิง สามารถสวมใส่ทอง และผ้าไหมได้ แต่ไม่อนุญาตในผู้ชาย” และในอีกรายงานหนึ่งบอกว่า “ห้ามสวมใส่ผ้าไหม และทองในผู้ชาย แต่อนุญาตให้ผู้หญิงสวมใส่ได้” (ซอเฮียะห์น่ะซาอีย์, 5163-5180)
ในซอเฮียะห์บุคอรีได้รายงานว่า ท่านนบี ซล.ได้ห้ามการสวมใส่ผ้าไหม และนั่งบนมัน โดยกล่าวว่า “สำหรับพวกเขา (ผู้ใส่ผ้าไหม) นั้นคือโลกนี้ สำหรับพวกท่าน คือโลกหน้า” (ซอเฮียะห์บุคอรี, 5831)
