การรักษาโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ

แนวทางการรักษาโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ
เล่าจากท่านติรมิซีย์ในหนังสือ “อัลญามิอะห์” จากหะดีษของท่านเซด บินอัรกอม กล่าวว่า ท่านนบี ซล.กล่าวว่า“จงรักษาโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ ( ذَا ت الْ جمبِ ) ด้วย คอสตัส และ น้ำมัน” (ระดับดี ติรมิซีย์, 2079)
โรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ ในด้านการแพทย์มี สองชนิด คือ ชนิดจริง และ ชนิดไม่จริง
- ชนิดจริง คือ ก้อนบวมร้อนที่เกิดขึ้นที่สีข้าง ในเยื่อที่บุซี่โครงด้านใน (เยื่อหุ้มปอด: ผู้แปล)
- ชนิดไม่จริง คือ ความเจ็บปวดแบบเดียวกัน ที่เกิดขึ้นที่สีข้าง จาก ลม ที่ก่อตัวขึ้นจำนวนมาก ที่บริเวณเยื่อบุช่องท้อง ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดแบบเดียวกับเยื่อหุ้มปอดอักเสบชนิดจริง แต่อาการปวดในชนิดหลังนี้จะปวดแบบกว้างๆ แต่การปวดแบบชนิดจริงจะปวดแบบเข็มแทง
เจ้าของหนังสือ “อัลกอนูน” ได้กล่าวว่า บางครั้งชายโครง หรือสีข้างเยื่อบุช่องท้อง กล้ามเนื้อหน้าอก ซี่โครง และบริเวณรอบๆ มันจะมีก้อนโตเกิดขึ้น และปวดมาก เรียกว่า เยื่อหุ้มปอดอักเสบเช่นกัน ความเจ็บปวดที่อวัยวะเหล่านี้ อาจจะไม่มีก้อนก็ได้ แต่อาจเกิดจาก ลม ที่ก่อตัวขึ้นจำนวนมาก ทำให้คนที่เป็น คิดว่าเกิดจากก้อนแบบแรกทั้งๆ ที่ความจริงแล้วไม่ใช่ เขายังพูดว่า ความเจ็บปวดที่สีข้างทุกๆ ชนิดถูกเรียกว่า “โรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ” หมด เนื่องจากไปติดกับอวัยวะที่เจ็บปวดนั่น คือ ชายโครง นั่นเอง ( جم ب เป็นภาษาอาหรับ แปลว่าชายโครง ذَا ت الْ جمبِ แปลว่า โรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ) ด้วยเหตุนี้ ความเจ็บปวดทุกๆ ชนิดที่เกิดขึ้นที่สีข้างหรือชายโครงจึงถูกเรียกว่า “ ذَا ت الْ جمبِ ” หมด โดย
ไม่ได้สนใจว่าสาเหตุจริงๆ เกิดจากเยื่อหุ้มปอดหรือเปล่า ดังนั้น ฮิปโปเครติสจึงได้กล่าวว่า ผู้เป็นโรค ذَا ت الْ جمبِ จะได้ประโยชน์จากการอาบน้ำ ซึ่งหมายความถึง โรคของเยื่อหุ้มปอดอักเสบ และโรคปอดทั่วๆ ไปที่ทำให้เจ็บปวดอันเกิดจาก ส่วนผสมที่ไม่เหมาะสม เกิดจาก การคั่งของสารพิษ โดยไม่ได้มีก้อน หรือไข้เลย
แพทย์บางคนได้กล่าวว่า โรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ ในภาษากรีก คือ ก้อนร้อน ที่ชายโครง และหมายถึง ก้อนในอวัยวะภายใน ด้วยเช่นกัน มันถูกเรียกว่า เยื่อหุ้มปอดอักเสบ เมื่อก้อนนั้นร้อนเท่านั้น และโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบที่แท้จริง จะต้องมีอาการแสดงห้าอย่างคือ ไข้ ไอ ปวดแบบเข็มแทง หายใจลำบาก และปอดบวม
และการรักษาที่มีอยู่ในหะดีษนี้ ไม่ใช่เพื่อรักษาอาการชนิดนี้ แต่เป็น การรักษาชนิดที่สอง ที่เกิดจากลมที่เป็นพิษในร่างกาย และ คอสตัสทะเล หรือ ไม้หอมอินเดีย ดังที่มีกล่าวในหะดีษอื่น สามารถใช้รักษาอาการเหล่านี้ได้ เมื่อมัน ถูกป่นเป็นผง บดกับน้ำมันร้อน และใช้เป็น ยาทาบริเวณที่ปวด หรือถ้าคนป่วยได้ จิบมัน ก็จะทำให้หายจากโรคได้เช่นกัน เพราะไม้หอม จะแยกสลายสารพิษต่างๆ ที่เป็นต้นเหตุ และทำให้อวัยวะภายในแข็งแรงขึ้น เปิดทวารที่ปิดอยู่ได้
อัลมุซับบิฮีกล่าวว่า ไม้หอม มีธาตุร้อน และแห้ง ทำให้ท้องผูก ทำให้อวัยวะภายในแข็งแรงขึ้น ไล่ลม เปิดทวารที่ปิดอยู่ จะช่วยรักษา โรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบได้ และทำให้ความชื้นส่วนเกินหายไป นอกจากนั้นยัง ดีต่อสมอง และยังสามารถช่วยใน โรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบชนิดแท้จริงได้ด้วย ถ้าหากมันเกิดจาก ก้อนพิษ ในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ ป่วยหนัก และอัลลอฮ์ ซบ.นั้นทรงรู้ยิ่งกว่า
โรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ เป็น โรคร้ายแรง โรคหนึ่ง ในหะดีษซอเฮียะห์ จากอุมมุซัลมะห์ ได้กล่าวว่า “ท่านศาสดาเริ่มป่วยขณะอยู่ที่บ้านท่านหญิงมัยมุนะห์และเมื่อท่านค่อยยังชั่ว ท่านก็ออกไปร่วมละหมาดกับประชาชนอื่นๆ และทุกๆ ครั้งที่ท่านรู้สึกไม่สบายก็จะกล่าวว่า “ไปเถิดท่านอบูบักร ไปละหมาดกับประชาชน” และท่านก็ปวดมากขึ้นจนกระทั่งสิ้นสติไป บรรดาเหล่าภรรยาและลุงของท่าน ท่านอับบาส ก็ได้มาล้อมรอบตัวท่าน และอุมมุฟัดลุน บินติฮาริษ และอัสมะห์ บินติอะมีส พวกเขาได้ปรึกษากันที่จะรักษาท่านด้วยยา ในขณะที่ท่านสิ้นสติอยู่ เมื่อท่านนบี ซล.ฟื้นขึ้นมาท่านได้กล่าวว่า “ใครทำอะไรให้ฉันเล่า นี่ต้องเป็นสิ่งที่ผู้หญิงคนหนึ่งทำขึ้น ที่มาจากทางนั้น” แล้วท่านก็ได้ชี้ไปที่ เอธิโอเปีย ด้วยมือของท่าน ท่านอุมมุซัลมะห์ และอัสมะห์ ซึ่งเป็นผู้ที่ช่วยกันให้ยาท่าน (ซึ่งครั้งหนึ่งได้ไปที่เอธิโอเปียมา) ทั้งสองได้กล่าวว่า “โอ้รอซูลุ้ลลอฮ์ เรากลัวว่าท่านจะเป็น โรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ” ท่านนบี ซล.จึงถามว่า “แล้วท่านรักษาเราด้วยอะไรเล่า” ทั้งสองจึงได้ตอบว่า
“โดยใช้ ไม้หอมอินเดีย ต้นวัรส และ น้ำมันเล็กน้อย” ท่านนบี ซล.จึงได้ตอบว่า “อัลลอฮ์ ซบ.ต้องไม่ทรงให้เราเป็นโรคนี้หรอก” หลังจากนั้นท่านก็กล่าวว่า “ฉันขอสั่งให้ทุกคนที่อยู่ในที่นี้กินยาแบบเดียวกันให้หมด นอกจากอับบาส ลุงของฉัน” (ซอเฮียะห์ มุซอนนิฟ, 9754)
และในหนังสือซอเฮียะห์ทั้งสองเล่ม ได้รายงานว่า ท่านหญิงอาอิชะห์ ได้กล่าวว่า “เราได้ให้ ยา ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ และท่านได้ทำกิริยาห้ามเราไม่ให้ให้ยา แต่พวกเราก็ได้ให้ไปจนได้ และเมื่อท่านนบี ซล.ได้ฟื้นขึ้น ท่านจึงได้ถามว่า “เราไม่ได้ห้ามท่านไม่ให้ให้ยาเราหรือ พวกท่านทั้งหมดจงรับประทานยานั้น นอกจากลุงของเราอับบาส เพราะเขาไม่ได้ร่วมมือกับพวกท่าน” (ซอเฮียะห์ บุคอรี, 5712)
หะดีษนี้แสดงว่า อนุญาตให้รักษาผู้ที่บังคับรักษาผู้อื่น ด้วยวิธีเดียวกันกับที่เขาไปรักษาไว้ ถ้าหากว่าสิ่งที่เขาทำยังไม่ถูกห้ามจากอัลลอฮ์ ซบ. และมีหลักฐานมากกว่าสิบชิ้นที่ยืนยันถึงเรื่องนี้ และวิธีแบบนี้ก็ได้ใช้เรื่อยมาในช่วงคอลีฟะห์ทั้งสี่ และอิมามอะห์หมัด
