ไหมรักษาโรคคัน ตามร่างกายและหิดเหา

แนวทางการรักษาโรคคัน ตามร่างกายและหิดเหา
ในหนังสือซอเฮียะห์ จากก่อตาดะห์ จากท่านอนัส บินมาลิกได้กล่าวว่า
“ท่านนบี ซล.ได้อนุญาตสำหรับท่าน อับดุลเราะห์มาน บินเอาฟ์ และท่านซุเบร บินอะวาม ให้ใส่เสื้อผ้าไหมได้ เพื่อรักษาโรคคันที่เขาทั้งสองเป็นอยู่” (ซอเฮียะห์ ติรมิซีย์, 2048)
ในรายงานอื่นกล่าวว่า “ท่านอับดุลเราะห์มาน บินเอาฟ์ และท่านซุเบร บินอะวาม ร้องเรียนท่านนบี ซล.ในสงครามครั้งหนึ่งว่า ท่านมีเหา ท่านนบี ซล. จึงได้ให้ทั้งสองใส่ผ้าไหม และฉันได้เห็นเขาทั้งสองใส่มัน” (ซอเฮียะห์บุคอรี,2919)
หะดีษนี้มีความสำคัญสองประการ หนึ่ง ด้านกฎหมายอิสลาม สอง ด้านการแพทย์
ในด้านกฎหมายอิสลาม
เป็นที่รู้กันทั่วไปแล้วว่าท่านนบี ซล. อนุญาตเฉพาะ ผู้หญิง เท่านั้นที่จะสวมใส่ผ้าไหมได้ และห้ามไม่ให้ผู้ชายใช้ นอกจากมีเหตุจำเป็นที่จะต้องใส่มัน เช่นหนาวจัด และไม่มีเสื้อผ้าอื่นอีก หรือไม่มีอะไรปกปิดร่างกายนอกจากผ้าไหม และในข้ออนุญาตนี้ยังมีการใส่ เพื่อรักษาโรคหิดเหา โรคคัน และโรคอื่นๆ ด้วย
ความเห็นว่าอนุญาต ถือว่ารายงานทั้งสองที่กล่าวมาแล้วนั้นใช้ได้ ตามความเห็นของ อิมามอะห์หมัด อิมามชาฟิอี เนื่องจากการอนุญาตให้สวมใส่มันนั้น ไม่ได้เฉพาะเจาะจงตัวบุคคลทั้งสอง แต่เกิดเพราะมีเหตุจำเป็นหนึ่งเกิดขึ้น ดังนั้น เมื่อมีเหตุจำเป็นดังกล่าวเกิดขึ้นอีกกับผู้ใด ก็อนุญาตให้ใช้ได้เช่นกัน
ความเห็นว่าห้ามใช้ โดยเห็นว่า มีหลายหะดีษที่ห้ามไว้อย่างทั่วไปแล้ว แต่หะดีษที่อนุญาตมีเฉพาะต่อท่าน อับดุลเราะห์มาน บินเอาฟ์ และ ท่านซุเบรเท่านั้น แต่แม้อาจจะใช้ในคนอื่นได้ การไม่ใช้ก็ยังถือว่าดีกว่า ด้วยเหตุนี้ จึงมีบางรายงานกล่าวต่อว่า “และฉันไม่ทราบว่าข้ออนุญาตนี้ จะไปถึงผู้อื่นนอกจากทั้งสองหรือเปล่า”
และความเห็นที่ถูกต้อง คือ เป็นการอนุญาตโดยทั่วไป เพราะตามหลักกฎหมาย ถ้าหากไม่มีข้อบ่งชี้ให้เห็นชัดเจนว่าเป็นเฉพาะคนๆ นั้น ก็แสดงว่าเป็นหลักสำหรับคนทั่วไปด้วย เช่นคำพูดของท่านนบี ซล. ที่กล่าวกับอบีบุรดะห์เกี่ยวกับเรื่องการเชือดสัตว์เป็นทานด้วยเพราะว่า “การอนุญาตนี้สำหรับท่านโดยเฉพาะ และไม่ให้สำหรับคนอื่นหลังจากท่าน” (ซอเฮียะห์บุคอรี, 5545) และคำตรัสของอัลลอฮ์ ซบ.เกี่ยวกับภรรยาของท่านนบี ซล. ที่ว่า
ความว่า “สำหรับท่านเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับผู้ศรัทธาคนอื่นๆ” (อัลอะห์ซาบ, 50)
การห้ามการใส่ผ้าไหมนั้น เป็นการห้ามเพื่อป้องกันเท่านั้นเอง ดังนั้น มันจึงเป็นที่อนุญาตของผู้หญิง และในผู้ชาย จะอนุญาตเมื่อมีความจำเป็น และมีประโยชน์เมื่อทำมันเท่านั้น และนี่เป็นกฎเกณฑ์ในการ ห้ามเพื่อป้องกัน ซึ่งจะอนุญาตเมื่อมีข้อบ่งชี้ว่า จำเป็นต้องทำจริง เช่น การห้ามมองหญิงสาว ก็เพื่อเป็นการป้องกัน ดังนั้น จะอนุญาตให้มองได้ เมื่อมีความจำเป็นต้องมอง เช่นเดียวกันกับ การห้ามละหมาดในเวลาตะวันกำลังขึ้น และกำลังตก เพื่อป้องกันการสับสนกัน หรือเข้าใจผิดว่าเป็นพวกบูชาตะวัน แต่ก็อนุญาตให้ทำได้ ถ้ามีความจำเป็นต้องทำในตอนนั้น และเราได้อธิบายเกี่ยวกับการสวมใส่ผ้าไหมอย่างละเอียดไว้แล้วในหนังสือ “อัตตะห์บีร”
ความหมายทางด้านการแพทย์
ไหม นั้น เป็นตัวยาอย่างหนึ่ง ที่ทำมาจาก สัตว์ มีประโยชน์หลายอย่าง ช่วยสมานแผล และทำให้หัวใจแข็งแรง ช่วยลดโรคหลายๆ อย่างที่เกิดกับหัวใจ ช่วยต้านพิษของ น้ำดีสีดำ และโรคต่างๆ ที่เกิดจากมัน ช่วยให้ ตา มองเห็นดีขึ้นเมื่อนำมาทาตา ไหมดิบ ถูกใช้ในทางการแพท ย์เพื่อเตรียมยาหลายอย่าง มีความร้อน และ แห้ง อยู่ในระดับที่หนึ่ง บางท่านบอกว่ามัน ร้อนและชื้น บางท่านบอกปานกลาง แต่เมื่อถูกนำมาเป็นเสื้อผ้ามันจะนุ่ม และให้ความร้อนแก่ร่างกาย แต่บางครั้งมันก็ทำให้ร่างกายเย็นและหนาวสั่นได้
อัรรอซีย์ได้กล่าวว่า “ไหมจะร้อนกว่าลินิน เย็นกว่าผ้าฝ้าย และช่วยรักษากล้ามเนื้อ ผ้าหนาๆ ทุกชนิด จะทำให้ร่างกายอ่อนแอลง และผิวหนังหยาบกระด้าง”
อัรรอซีย์ได้กล่าวว่า “ไหมจะร้อนกว่าลินิน เย็นกว่าผ้าฝ้าย และช่วยรักษากล้ามเนื้อ ผ้าหนาๆ ทุกชนิด จะทำให้ร่างกายอ่อนแอลง และผิวหนังหยาบกระด้าง”
