คุณสมบัติของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

คุณสมบัติของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะต้องมีคุณสมบัติ 20 ประการ ต่อไปนี้ คือ
- หนึ่ง พิจารณาดู ชนิดของโรคว่าเป็นโรคอะไรแน่
- สอง พิจารณาดู ต้นเหตุของโรคนั้นว่ามาจากสาเหตุใด และความป่วยไข้ที่เป็นตัวหลักทำให้เกิดอาการดังกล่าวกับผู้ป่วยนั้นคืออะไรแน่
- สาม พิจารณาดู ความแข็งแรงของผู้ป่วย ว่ามีความต้านทานต่อโรคมากแค่ไหน หรืออ่อนแอกว่าตัวโรค
- ถ้าหากผู้ป่วยนั้นแข็งแรงกว่าโรคอย่างเห็นได้ชัดจากที่เขาแสดงออก ก็ให้ปล่อยเขาและโรคไว้เช่นนั้น ไม่ควรให้ยาอะไร
- สี่ พิจารณาดู ธาตุตามธรรมชาติ ร่างกายของเขา ว่าเป็นเช่นไร
- ห้า พิจารณาดู ธาตุของเขาที่แปรปรวน ไปจากธรรมชาตินั้น
- หก พิจารณาดู อายุของผู้ป่วย
- เจ็ด พิจารณาดู ความเคยชิน ของผู้ป่วย
- แปด พิจารณาดู เวลาที่เกิดโรค ว่าอยู่ในช่วงฤดูไหน
- เก้า พิจารณาดู ประเทศ หรือเมืองที่ผู้ป่วยอาศัยอยู่ หรือเคยได้รับการเลี้ยงดูมา
- สิบ พิจารณาดู สภาพอากาศ ขณะที่เกิดไข้ขึ้น
- สิบเอ็ด พิจารณาดู ยา ที่สามารถจะต่อต้านโรคนั้นได้
- สิบสอง พิจารณาดู กำลังของยา และระดับขั้นของมัน และการกะประมาณระหว่าง ยาและโรค ให้พอดีกัน
- สิบสาม ต้องไม่เพ่งความสนใจไปที่การขจัดโรคเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องระวังว่า ต้องไม่เกิดโรคอื่นที่รักษายากยิ่งกว่ามาแทนโรคเดิม
- ถ้าเมื่อใดก็ตามไม่แน่ใจว่าการขจัดโรคหนึ่งจะก่อให้เกิดโรคที่ยากยิ่งกว่ามาแทนแล้ว ก็ควรจะปล่อยโรคไว้เช่นนั้นก่อน และค่อย ๆ ทำให้โรคนั้นอ่อนกำลังลง
- ตัวอย่างเช่น โรคของรูเปิดของเส้นเลือดดำ ถ้าหากรักษาด้วยการผ่า หรือตัดมันก็จะเกิดโรคอื่นที่รุนแรงกว่า ยากแก่การรักษามากกว่า
- สิบสี่ ถ้ารักษาด้วยวิธีที่ง่ายได้ ให้รักษาแบบง่าย ๆ ก่อน
- ดังนั้น ถ้าหากรักษาด้วยอาหารได้ ก็ไม่สมควรจะไปให้ ยา นอกจากจำเป็นต้องทำเท่านั้น และถ้ารักษาด้วยยาตัวเดียวได้ ก็อย่าไปรักษาด้วยยาผสมหลายๆ อย่างนอกจากมีเหตุจำเป็น หรือผสมเพียงเล็กน้อย และเป็นความเก่งกาจของแพทย์อย่างแท้จริง ที่สามารถรักษาด้วยอาหารแทนการให้ยาได้ หรือรักษาโดยการใช้ยาเพียงเล็กน้อยแทนการใช้ยาที่ซับซ้อนมากมายได้
- สิบห้า จะต้องพิจารณาดูอาการป่วยไข้ด้วย ว่าสามารถรักษาได้หรือเปล่า
- ถ้ารักษาไม่ได้ ก็ให้รักษาแบบประคับประคองให้ร่างกายแข็งแรงไว้ก่อน อย่าพยายามเสี่ยงรักษาด้วยยาที่ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับคนป่วย
- ถ้าหากว่ารักษาได้ ต้องพิจารณาต่อ ว่าสามารถ รักษาให้หายขาดได้ หรือไม่
- ถ้ารักษาให้หายขาดไม่ได้ ก็ต้องพิจารณาต่อว่า สามารถทำให้โรคเบาลง ค่อยยังชั่วขึ้นกว่าเดิม หรือไม่
- ถ้าหากไม่สามารถทำให้โรคเบาลงได้ ก็พิจารณา ว่าสามารถจะทำให้ โรคไม่กำเริบมากขึ้นกว่าเดิม หรือไม่
- และตั้งเป้าหมายไว้ตามที่ได้พิจารณานั้นโดยทำให้ผู้ป่วยแข็งแรงขึ้น และลดสารพิษให้บรรเทาลง
- สิบหก ต้องไม่พยายามนำ สารพิษ ในร่างกายออก ก่อนที่มันจะสุกสมบูรณ์เสียก่อน โดยต้องพยายามทำให้มันสุกงอม หลังจากนั้นจึงค่อย ๆ เอาออกได้
- สิบเจ็ด ต้องมีประสบการณ์ในการชั่งน้ำหนักให้พอดีระหว่าง หัวใจผู้ป่วย กับ วิญญาณ ของเขา และตัวยา ที่ให้ไป
- และนี่คือ หลักที่สำคัญที่สุด ในการรักษาโรคทางร่างกาย เพราะเป็นที่รู้กันทั่วไปอยู่แล้วว่า ระบบการทำงานของร่างกาย และธรรมชาติของมันมาจาก จิตใจและหัวใจ แพทย์ที่รู้จัก โรคของหัวใจและวิญญาณ และรู้วิธีการรักษามัน นั่นคือแพทย์ที่สมบูรณ์พร้อม แ
- ละแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ดังนี้ แม้จะมีความเชี่ยวชาญในการรักษา ธรรมชาติ และการทำงานของร่างกายอย่างดี ก็นับเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของแพทย์เท่านั้นเอง
- แพทย์ทุก ๆ คนไม่สามารถรักษาโรคได้โดยละทิ้งหัวใจและผลประโยชน์ของคนไข้ ความแข็งแรงของจิตใจเขา และแนะนำผู้ป่วยให้รู้จักการบริจาคทาน ทำความดี ทำสิ่งที่มีประโยชน์ ยอมรับในการกำหนดชะตากรรมของพระผู้เป็นเจ้า และวันสิ้นโลก ถ้าเขาไม่ทำดังนี้ เขาก็เป็นเพียงแพทย์จอมปลอมเท่านั้น หาใช่แพทย์ที่แท้จริงไม่
- และส่วนหนึ่งของการรักษาโรค ก็คือ การทำความดีต่าง ๆ การกล่าวซิกรุลลอฮ์ การขอพรจากพระเจ้า การนอบน้อมต่ออัลลอฮ์ ซบ. ขออภัยโทษต่อพระองค์ สิ่งดี ๆ เหล่านี้จะมีผลผลักดันให้โรคต่าง ๆ หายได้ดีเสียยิ่งกว่ายาธรรมชาติใด ๆ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็ต้องด้วยการเตรียมจิตใจของเขาให้รู้จักยอมรับยึดมั่นในพระเจ้าก่อน ทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วจึงจะมีประโยชน์จริง
- สิบแปด ต้องอ่อนโยนต่อผู้ป่วย เมตตาต่อเขาเหมือนกับผู้ใหญ่ที่อ่อนโยนเมตตาต่อเด็กเล็ก
- สิบเก้า ต้องใช้การรักษาทั้งทางด้านธรรมชาติ และด้านศาสนาไปพร้อม ๆ กัน พร้อม ๆ กันนั้น ก็ต้องมี พลังจินตนาการ สูง
- แพทย์ที่ชำนาญมาก ๆ ทั้งหลายมักจะมีจินตนาการที่สูงส่ง สามารถให้ การรักษาที่มหัศจรรย์ในจุดที่ยาเข้าไปรักษาไม่ได้ แพทย์ที่เชี่ยวชาญเหล่านี้มักใช้หลาย ๆ วิธีร่วมกันในการรักษา
ยี่สิบ แพทย์จะต้องทำการรักษาอยู่บนหลัก หกประการ คือ
1. รักษาสภาพร่างกายที่ดีที่มีอยู่แล้ว2. ทำให้ สภาพร่างกายส่วนที่บกพร่องไปกลับคืนดีเหมือนเดิม ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้3. ทำให้ โรคร้ายหายไป4. ทำให้ โรคร้ายบรรเทาเบาบางลงเท่าที่สามารถจะทำได้5. ถ้ามีโรคร้ายสองโรคด้วยกัน จงพยายามทำให้ โรคใหญ่หายก่อน6. ถ้ามีสิ่งที่จะทำให้คนไข้ดีได้สองอย่าง ให้ทำ สิ่งที่ทำให้ดีได้มากกว่าก่อน
ด้วยหลักการทั้ง หกประการ นี้ จะครอบคลุมแนวทางการรักษาทั้งหมดเอาไว้ และแพทย์ที่ไม่รักษาตามหกหลักดังกล่าว ถือว่าไม่ใช่แพทย์ที่แท้จริง และอัลลอฮ์ ซบ.นั้นทรงรู้ยิ่งกว่า
