การรักษาป่วยไข้ในอิสลาม

การรักษาป่วยไข้ในอิสลาม
ดังที่กล่าวไว้ "ทุก ๆ โรค นั้น มียารักษา" นั้่น มีแนวความคิด หนึ่ง ว่า เป็นความจริงที่กล่าวโดยรวม เพื่อการรักษาจากธรรมชาติที่มี ตัวต้าน หรือ สิ่งตรงกันข้าม ซึ่งต่างจากความคิดที่สองนี้
สอง มีแนวคิดว่า หะดีษเหล่านี้ กล่าวโดยรวม แต่ความจริง มีความหมายเฉพาะ โดยที่จุดมุ่งหมายของหะดีษเหล่านี้ คือ พระองค์อัลลอฮ์ ซบ. จะไม่ทรงส่งโรคใด ๆ ลงมา นอกจากมี ยา ที่สามารถรักษาโรคนั้น ๆ ได้ ดังนั้น โรคที่ ไม่มี ยา ที่เข้ากับมันได้ จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับหะดีษนี้ ดังเช่นที่กล่าวไว้ในอัลกุรอ่านเกี่ยวกับชนเผ่าอ๊าด ที่ว่า
ความว่า “และมันได้ทำลายทุก ๆ สิ่ง ทุกอย่าง ตามคำสั่งของอัลลอฮ์” (อะห์กอฟ, 25)
หมายความว่า ทุก ๆ อย่างสามารถที่จะถูกทำลายได้เสมอ โดย ลม สามารถเป็นผู้ทำลายมันได้
ผู้ใดก็ตามที่ได้พิจารณาสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นในโลกนี้ จะพบว่าทุก ๆ สิ่งจะมีสิ่งตรงข้ามกับมัน หรือที่ต้านมันอยู่เสมอ มีการทำลายล้างซึ่งกันและกัน และเข้าควบคุมซึ่งกันและกัน แสดงให้เห็นถึงเดชานุภาพของพระองค์อัลลอฮ์ ซบ. และวิทยปัญญาของพระองค์ ความเป็นพระผู้เป็นเจ้าเพียงองค์เดียวของพระองค์ที่ไม่มีสิ่งใดที่จะมาเทียบได้ ไม่มีสิ่งใดจะต้านทานพระองค์ได้ พระองค์คือผู้เพียบพร้อมแล้วด้วยตัวของพระองค์เอง ในขณะที่สิ่งอื่น ๆ นอกจากนั้น ต้องพึ่งพาพระองค์เสมอ
ในหะดีษที่ถูกต้องเหล่านี้ ใช้ให้เรารักษาคนป่วยด้วยวิธีการต่าง ๆ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ปฏิเสธการมอบหมายต่อพระองค์อัลลอฮ์ ซบ. เช่นเดียวกับการไม่ปฏิเสธการรักษาโรคแห่งความหิว กระหาย ความร้อน ความเย็น ฯลฯ ด้วยสิ่งที่ตรงข้ามกับมัน ยิ่งกว่านั้นการเชื่อถือในความเป็นหนึ่งเดียวของพระเจ้าจะไม่สมบูรณ์ได้ นอกจากจะต้องรู้จักการเผชิญหน้ากับความเจ็บป่วยไม่สบายต่าง ๆ และรักษาความเจ็บป่วยไม่สบายนั้น ด้วยแนวทางที่อัลลอฮ์ ซบ. ทรงกำหนดไว้ การไม่เชื่อฟังไม่ทำตามสิ่งที่พระเจ้าสั่ง จึงทำให้การมอบหมายต่อพระองค์อัลลอฮ์ ซบ. เสียไป เช่นเดียวกัน ยังเป็นการทำให้วิธีการและวิทยปัญญาที่ดีมีประโยชน์ของพระองค์ต้องสูญเสียไปด้วย
การทิ้งการรักษาโดยไปคิดว่าเป็นการมอบหมายที่ดีนั้นไม่ถูกต้อง แต่ที่จริงแล้ว การละทิ้งการรักษา คือ การปฏิเสธการมอบหมายต่างหาก เพราะการมอบหมายที่แท้จริง คือ หัวใจที่พึ่งพิงต่ออัลลอฮ์ ซบ. ว่าพระองค์จะให้สิ่งที่ดีมีประโยชน์แก่บ่าวของพระองค์เสมอ ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และพระองค์คือผู้ที่จะปัดป้องสิ่งที่จะมาทำอันตรายเขา ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า การพึ่งพิงต่อพระเจ้าด้วยการทำตามที่พระองค์แนะนำไว้ แบบนี้จึงเป็นเหตุผลที่ตรงที่สุด มิฉะนั้นจะกลายเป็นการละทิ้งวิทยปัญญา และกฏเกณท์ที่พระองค์กำหนดไว้นั่นเอง
หะดีษเหล่านี้ จึงเป็นการปฏิเสธผู้ที่ละทิ้ง ยา หรือ การรักษา ทั้งหลาย และกล่าวว่า
“ถ้าหากการหายนั้น เป็นสิ่งที่พระเจ้าลิขิตไว้แล้ว การใช้ยาหรือการรักษาก็ไม่มีประโยชน์อันใด และถ้าหากพระองค์อัลลอฮ์ ซบ. ไม่ได้ลิขิตให้หายแล้ว การรักษาก็ไม่มีประโยชน์อันใดเช่นกัน”หรือคำกล่าวที่ว่า
“โรคนั้นมาจากพระองค์อัลลอฮ์ ซบ.ลิขิตให้เป็น และ ลิขิตของอัลลอฮ์ ซบ. นั้นไม่มีผู้ใดจะต้านทาน หรือเปลี่ยนแปลงได้”
ดังเช่นที่พวกชนเผ่าเร่ร่อนบ้านนอกได้ถามท่านนบีซล. ส่วนบรรดาศอฮาบะห์ของท่านนบี ซล.นั้นต่างรู้ซึ้งถึงเจตนาของพระผู้เป็นเจ้า วิทยปัญญาของพระองค์ และคุณลักษณะของพระองค์ดีอยู่แล้ว จึงไม่ถามคำถาม หรือไม่ได้คิดแบบที่คนบ้านนอกเหล่านั้นคิด และท่านนบี ซล.ก็ได้ตอบชาวบ้านนอกเหล่านั้น อย่างพอเพียงและทำให้ความไม่สบายใจของเขาหายไปทันที โดยกล่าวว่าการใช้ยาต่าง ๆ
การเสกเป่าด้วยกุรอ่านเหล่านี้ ก็คือ ลิขิตที่มาจากพระองค์อัลลอฮ์ ซบ. อยู่แล้วนั่นเอง ดังนั้น จึงไม่มีสิ่งใด ๆ ที่จะหลุดพ้นไปจากลิขิตของอัลลอฮ์ ซบ. ได้นอกจากจะไปอยู่ในลิขิตอีกอันหนึ่งเท่านั้น ไม่มีทางหลีกเลี่ยงให้พ้นไปจากลิขิตของพระองค์ได้ ไม่ว่าจะไปทางใดก็ตาม เช่น
- การตอบโต้หรือแก้ไข ความหิวโดยทำให้อิ่ม
- การดับความกระหายความร้อน ความเย็น ด้วยสิ่งที่ตรงข้ามกับมัน
- เช่นเดียวกับการตอบโต้ศัตรูด้วยการญิฮาด
