การเลือกหาหมอที่ดีที่สุดเพื่อรักษา

การรักษาด้วยการเลือกหาหมอที่ดีที่สุด
ท่านอิหม่ามมาลิกกีได้กล่าวไว้ในหนังสือ “มุวัตเตาะห์” จากเซด บินอัสลัมว่า มีชายคนหนึ่งในสมัยของท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ซล.ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลช้ำ มีเลือดคั่ง ชายคนนั้นได้ขอให้ชายอีกสองคนที่เป็นหมอที่มาจากเผ่าบนีอันมารให้ช่วย ชายคนนั้นเล่าว่า ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ได้กล่าวกับทั้งสองคนว่า “ท่านทั้งสองใครรู้วิชาแพทย์มากกว่ากัน” ชายคนนั้นได้ถามว่า “ในเรื่องการรักษานั้นมีใครดีกว่าใครด้วยหรือท่านรอซูลุ้ลลอฮ์” ท่านนบี ซล.จึงได้กล่าวตอบว่า “ผู้ที่ส่งโรคมาให้นั้นคือผู้ที่ได้ส่งยารักษามาให้ด้วยพร้อมกัน” (มุรซัล อิหม่ามมาลิก 719/2)
ในหะดีษนี้ได้กล่าวถึงว่า เป็นการสมควรที่จะขอความช่วยเหลือในเรื่องวิชาความรู้ หรือความชำนาญอื่นใดจากผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านนั้น ๆ โดยตรง เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญนั้นจะสามารถหาคำตอบที่ถูกต้องได้มากกว่า ด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นที่ผู้ชี้ขาดจะต้องพึ่งพาผู้ที่ถูกส่งมาที่มีความรู้มากที่สุด เพื่อเขาจะได้ให้คำตอบที่ใกล้เคียงกับคำตอบที่ถูกต้องได้มากที่สุด เช่น ในผู้ที่ไม่แน่ใจเกี่ยวกับกิบละห์ (ว่าหันไปทางใดแน่) เขาก็ต้องทำตามผู้ที่รู้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ นี่คือวิธีการที่อัลลอฮ์ ซบ.ได้ทรงสอนเรา ผู้เดินทางไปในทะเลหรือบนบกก็ตาม เขาจะรู้สึกปลอดภัย จิตใจสงบ เมื่อมีผู้นำทางที่เชี่ยวชาญมากที่สุดเป็นผู้นำทาง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เห็นตรงกันทั้งหมด ทั้งในด้านกฎหมาย ด้านการสร้างสรรค์ของพระเจ้า และด้านสติปัญญา และคำพูดของท่านนบี ซล.ที่ว่า “พระเจ้าผู้ที่ทำให้เกิดโรค คือผู้ที่ทำให้เกิดยาด้วยเช่นกัน”
และได้มีหะดีษเกี่ยวกับเรื่องนี้มามากมาย หนึ่งจากในนั้นก็คือ สิ่งที่ได้เล่ามาจากท่านอัมร บินดีนาร จากหิลาล บินยะซากได้พูดว่า ท่านนบี ซล.ได้เข้าไปหาคนป่วยคนหนึ่ง และท่านนบี ซล.ได้กล่าวว่า “จงพาเขาไปหาหมอเถอะ” มีคน ๆ หนึ่งได้พูดว่า “ที่ท่านบอกเช่นนี้พูดจริง ๆ หรือ” ท่านนบีจึงกล่าวว่า
“แน่นอนแท้จริงอัลลอฮ์ ซบ.นั้นยิ่งใหญ่ ท่านไม่ทรงให้มีโรคเกิดขึ้น เว้นไว้แต่ต้องมียารักษาไว้ด้วยแล้ว”
และใน “ซอฮีเฮน” จากหะดีษของอบีหุรอยเราะห์ เป็นหะดีษมัรฟัวอ์ ได้กล่าวว่า “พระองค์อัลลอฮ์ ซบ.จะไม่ทรงให้มีโรคอันใดนอกจากพระองค์จะให้มียารักษาโรคนั้น ๆ แล้ว” ซึ่งหะดีษนี้ได้มีกล่าวถึงไว้แล้วก่อนหน้านี้ รวมทั้งหะดีษอื่น ๆ ในทำนองเดียวกันนี้ด้วย
มีความเห็นที่แตกต่างกันในความหมายของประโยคที่ว่า “ทรงประทานโรคและยาลงมา”
- ความเห็นหนึ่งกล่าวว่า “การบอกว่าประทานโรคลงมานั้น เพื่อให้บ่าวของพระองค์ได้รู้ว่ามีโรค ไม่ได้มีเจตนาอื่นอีก และแท้จริงท่านนบี ซล.ได้กล่าวไว้โดยรวมว่า มีการประทานโรค และประทานยารักษาโรค ลงมาพร้อม ๆ กัน แต่มนุษย์ทั้งหลายส่วนมากจะไม่รู้เรื่องนี้ ด้วยเหตุนี้ ท่านนบี ซล.จึงกล่าวอีกว่า “พระองค์ได้สอนบางคนให้รู้และบางคนก็ไม่ได้สอนให้รู้”
- ส่วนอีกพวกหนึ่งมีความคิดเห็นว่า พระองค์อัลลอฮ์ ซบ. ทรงประทานสองสิ่งนั้นลงมา (โรคและยา: ผู้แปล) แปลว่า พระองค์สร้างทั้งสองอย่างและให้มันทั้งสองอย่างเกิดมีขึ้นในโลก ดังในหะดีษที่ว่า “แท้จริงอัลลอฮ์ ซบ.จะไม่ให้มีโรค เว้นเสียแต่พระองค์จะให้ยารักษาโรคนั้นมาด้วย” ความเห็นนี้แม้จะใกล้เคียงกับความจริงมากกว่าอันแรก แต่ก็ยังมีจุดที่ไม่ชัดเจนอยู่นั่น คือ คำว่าประทานลงมานั้น มีความหมายที่เฉพาะเจาะจงกว่าคำว่าการสร้างและให้มีขึ้น ดังนั้นจึงไม่สมควรที่จะทิ้งความเฉพาะของความหมายนี้ไปโดยไม่จำเป็น
- อีกพวกหนึ่งกล่าวว่า การประทานทั้งสองสิ่งลงมานั้นโดยผ่านทางมะลาอิกะห์ ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลเกี่ยวกับ เรื่องโรคและยา และเรื่องอื่น ๆ ซึ่งความจริงแล้ว มะลาอิกะห์ก็ได้รับมอบหมายให้ดูแลเกี่ยวกับกิจการของมนุษย์ในโลกนี้อยู่แล้ว ตั้งแต่เขายังอยู่ในครรภ์มารดาตราบจนสิ้นชีวิต ดังนั้น การประทานลงมาโดยผ่านทางมะลาอิกะห์ จึงถือเป็นความหมายที่ใกล้เคียงมากขึ้นกว่าความเห็นก่อนหน้านี้ทั้งสอง
- อีกพวกหนึ่งเห็นว่า แท้จริงโรคและยารักษาโรคทั้งหลายนั้น ถูกประทานมาโดยการลงมากับ เมฆฝนจากฟากฟ้า ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของอาหารทั้งปวง ก่อให้เกิดพลังต่าง ๆ ขึ้น เป็นแหล่งเริ่มต้นของโรคและยาต่างๆ และสิ่งที่สามารถทำให้เกิดโรคและยาได้เป็นต้นเหตุของโรค และเป็นตัวช่วยให้โรคหรือยาที่มีอยู่สมบูรณ์ขึ้น มันชะล้างแร่ธาตุในดินภูเขาที่อยู่สูงขึ้นไปลงมายังพื้นราบ ซึ่งมีทั้งยา น้ำและผลไม้ต่าง ๆ ดังนั้น ความหมายนี้จึงครอบคลุมความหมายที่แท้จริงของมันไว้ทั้งหมด เนื่องจากส่วนมากของโรคและยาไม่ว่าชนิดใด ๆ ต่างมีแหล่งกำเนิด หรือสาเหตุมาจาก ฝนที่ตกลงมาจากฟากฟ้าทั้งสิ้น และอัลลอฮ์ ซบ.คือผู้ทรงรู้ดีกว่า
สิ่งที่จะแตกต่างกันในบ่าวแต่ละคน ก็คือ ความสามารถที่จะรู้ซึ้งถึงมัน รู้ถึงหนทางที่จะแก้ไข เพื่อจะเปลี่ยนแปลงการทดสอบเหล่านั้น ให้กลับมาเป็นสิ่งที่ดีกับตัวเอง ด้วยความช่วยเหลือจากพระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่นั่นเอง
