รักษาโรคโดยอาเจียน

แนวทางการรักษาด้วยการขับของเสียออกโดยใช้การอาเจียน
เล่ามาจากติรมิซีย์ในหนังสือ “ญามิอ์” จากมิอดาน บินอะบีตอลฮะห์ จากอบีดัรดาอ์เล่าว่า ท่านนบี ซล. อาเจียน และได้อาบน้ำละหมาด และฉันได้พบกับเซาบานที่มัสยิดกรุงดามัสกัส และได้เล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง เขาจึงได้กล่าวว่า ที่จริงแล้วฉันเองที่เป็นคนเทน้ำให้กับท่านนบี ซล. เพื่ออาบน้ำละหมาด (ซอเฮียะห์ติรมิซีย์, 87) ท่านติรมิซีย์กล่าวว่า “หะดีษนี้น่าเชื่อถือมากที่สุดในบทที่เกี่ยวกับเรื่องนี้”
การอาเจียน เป็นหนึ่งใน ห้าวิธี ของการเอาของเสียออกจากร่างกาย ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการขจัดของเสียออก ได้แก่
- การถ่ายท้อง การอาเจียน การเอาเลือดออก การระบายลม การทำให้เหงื่อออก
ซึ่งทั้งหมดมีอยู่แล้วในซุนนะห์ของท่านนบี ซล. การถ่ายท้องนั้น มีอยู่ในหะดีษที่ว่า “สิ่งที่ดีสิ่งหนึ่งสำหรับพวกท่านในการรักษา คือ การถ่ายท้อง” การ
เอาเลือดออกนั้น ได้เล่ามาแล้วในเรื่องของการกรอกเลือด การขับลม เราจะได้กล่าวในภายหลัง ถ้าหากอัลลอฮ์ ซบ. ทรงประสงค์ ส่วนการขับของเสียทางเหงื่อนั้น มักไม่ใช่เจตนาที่จะขับมันออกโดยตรง แต่ด้วยการให้ธรรมชาติร่างกายเป็นตัวผลักดันให้ออกมา ตามรูขุมขนที่เปิดอยู่บนผิวหนัง
การอาเจียน มี สองชนิด คือ
- ชนิดที่เกิดจาก ท้องไส้ที่ปั่นป่วนแล้วอาเจียนออกมาเอง
- และชนิดที่เกิดจากการตั้งใจทำให้มันออกมา
ในชนิดแรกนั้น ห้ามไม่ให้ไปปิดกั้น หรือขัดขวางมัน นอกจากมันจะออกมากเกินควรไป หรือกลัวจะทำให้เกิดอันตราย ซึ่งในกรณีนี้ให้ใช้ ยา ที่สกัดการอาเจียนได้
ส่วนชนิดที่สอง จะทำด้วยเหตุผลทางการแพทย์ ซึ่งจะมีประโยชน์ในบางเวลาและบางกรณี
สาเหตุของการอาเจียนมี สิบประการ คือ
- หนึ่ง มีน้ำดีเหลือมากเกินอยู่ในกระเพาะ และต้องการถูกขับออกมา
- สอง มีเมือกเสมหะมากเกิน ละเหนียวข้นในกระเพาะ ต้องการถูกขับออกมา
- สาม กระเพาะอาหารเองอ่อนแอลง ทำให้ไม่สามารถย่อยอาหารได้ จึงต้องขับไล่ อาหารที่ไม่ย่อย นั้นออกมาทางด้านบน
- สี่ มีส่วนผสมที่เป็นพิษอยู่ในกระเพาะอาหาร และขัดขวางการย่อยอาหารให้ทำได้ไม่สะดวก การย่อยอาหารจึงอ่อนแอลง
- ห้า มีอาหารหรือเครื่องดื่มมากเกินไป เกินกว่าที่กำลังของกระเพาะจะย่อยได้ กระเพาะจึงขับส่วนเกินนั้นออกมา
- หก อาหาร หรือเครื่องดื่มที่กินเข้าไป ไม่เหมาะสมกับกระเพาะ กระเพาะจึงขับอาหารเหล่านั้นออกมา
- เจ็ด มีบางสิ่งที่ไปเปลี่ยนแปลงธรรมชาติของอาหาร หรือปฏิกิริยาของมัน กระเพาะจึงขับมันออก
- แปด ความเจ็บป่วย ทำให้คลื่นไส้ และอาเจียนออก
- เก้า เป็นสิ่งแสดงถึงความเจ็บป่วยทางด้านจิตใจบางอย่าง เช่น ความรู้สึกเศร้าหมอง หดหู่ เสียใจ ความโกรธ ทำให้กดความต้องการทางด้านร่างกายตามธรรมชาติ กดความสนใจของร่างกายต่อการควบคุมระเบียบของร่างกายเอง ต่อการย่อยอาหาร ต่อการทำให้อาหารสุกสมบูรณ์ กระเพาะจึงผลักดันมันออกมาและเช่นเดียวกัน
- การอาเจียน อาจจะเกิดจาก ส่วนผสมที่ไม่สมบูรณ์ เมื่อจิตใจยังว้าวุ่นอยู่ แท้จริงทั้งร่างกายและจิตใจต่างก็ส่งผลต่อกัน ทำให้การทำงานของทั้งสองอย่างนั้นรวนเรด้วยกันได้ทั้งคู่
- สิบ ธรรมชาติถูกกระตุ้นจากการเห็นคนอื่นอาเจียน ทำให้เกิดการอยากอาเจียนขึ้นมาบ้าง ทั้งๆ ที่ไม่มีสาเหตุในตัวเอง เนื่องจากธรรมชาติเกี่ยวเนื่องกันเคลื่อนย้ายมาหากันนั่นเอง
มีแพทย์คนหนึ่งบอกกับข้าพเจ้าว่า “ฉันมีหลานคนหนึ่งที่มีความชำนาญเรื่อง การทาตาด้วยสี เมื่อเปิดตาผู้ชายขึ้นมา และคนที่ถูกทาตานั้นมี ตาแดงอักเสบ ไม่นานเขาก็จะกลายเป็น ตาแดงอักเสบตามไปด้วย และเหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นหลาย ๆ ครั้ง จนในที่สุดเขาจึงต้องเลิกทำอาชีพนี้ไป ฉันจึงได้ถามเขาว่า “เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น” เขาตอบว่า “ธรรมชาติเคลื่อนย้ายได้ มันย้ายมาหาฉัน” และเขาก็ได้กล่าวต่อว่า “ฉันรู้จักคน ๆ หนึ่ง เมื่อเขาเห็นฝีหนองที่อยู่ในร่างกายของชายคนหนึ่ง เขาจะรู้สึกคันขึ้นมาทันที และจะเกา ในที่สุดเขาก็จะเป็นหนองแบบเดียวกันนั่นเอง ฉันจึงได้กล่าวว่า สิ่งนี้น่าจะเป็นเพราะธรรมชาติของคน ๆ นั้นมีแนวโน้มที่จะเป็นอยู่แล้ว แต่สารในร่างกายยังสงบเงียบอยู่ แต่มันจะเริ่มขยับตัว เมื่อมีสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเกิดขึ้น และสาเหตุที่ทำให้สารนี้ขยับตัวก็มีหลายอย่างไม่เฉพาะการที่ได้เห็นการอาเจียนเพียงอย่างเดียว”
การขจัดสารพิษด้วยการอาเจียน
ส่วนผสมที่เป็นพิษ ที่อยู่ในประเทศร้อน และในช่วงที่มีอากาศร้อน จะเบาและลอยขึ้นสู่อากาศ การอาเจียนนับว่ามีประโยชน์อย่างหนึ่ง เพื่อขับสารพิษนี้ออกไป ในที่ที่อากาศหนาวและเป็นเมืองหนาว ส่วนผสมจะหนาตัวและเกาะแน่นไม่ลอยขึ้นด้านบน การเอามันออกจึงควรใช้ การถ่ายท้อง จะช่วยได้ดีกว่าการทำให้ส่วนผสมที่เป็นพิษนี้ออกไป หรือหมดไป ก็ด้วยการขับมันออก หรือดูดมันออกนั่นเอง การดูดออก ต้องทำจากระยะไกลที่สุด ส่วนการขับออกต้องทำจากระยะใกล้ที่สุด และความแตกต่างระหว่างทั้งสองนี้ ก็คือ เมื่อสารพิษที่เป็นต้นเหตุมีการขยับตัวไหลลง หรือลอยขึ้น ไม่สามารถอยู่นิ่งได้มันจะต้องถูกดูดออก ถ้ามันลอยขึ้นก็ดูดออกจากทางด้านล่าง ถ้าหากมันไหลลง ก็ดูดจากด้านบน ถ้าหากมันอยู่คงที่แล้ว ก็ให้ใช้วิธีขับมันออกโดยใช้วิถีทางที่ใกล้ที่สุด เท่าที่จะทำได้
ด้วยเหตุนี้ท่านนบี ซล.จึงได้กรอกเลือดที่ท้ายทอยของท่านเป็นบางครั้ง และที่ศีรษะของท่านเป็นบางครั้ง และที่หลังของท่านเป็นบางครั้ง นั่นคือการเอาสารพิษที่อยู่ในเลือดเสียออกโดยใช้ที่ ๆ ใกล้กับสารพิษนั้นที่สุดนั่นเอง และอัลลอฮ์ ซบ.ทรงรู้ยิ่งกว่า
ประโยชน์ของการอาเจียน
การอาเจียนจะทำให้ กระเพาะสะอาด และแข็งแรงมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้สายตาคมชัดขึ้น ศีรษะเบาลง มีประโยชน์ในแผลที่ ไต ต่อมลูกหมาก และในโรคเรื้อรัง เช่น โรคเรื้อน โรคท้องมาน อัมพฤกษ์ และโรคสันนิบาติ ชักกระตุกต่าง ๆ โรคดีซ่าน ควรทำให้อาเจียนเดือนละสองครั้งโดยติดต่อกัน เพื่อที่จะให้การอาเจียนครั้งที่สอง ขจัดสิ่งที่เหลือจากครั้งแรกจนหมดไป ทำให้สารพิษที่จะทำให้เราเจ็บป่วยหมดสิ้นไป แต่การอาเจียนมากเกินไปจะเป็นอันตราย
ต่อกระเพาะเอง กลายเป็นแหล่งที่จะรับของเสียได้มากขึ้นกว่าเดิม และเป็นผลร้ายต่อฟัน ต่อการมองเห็น และต่อการได้ยิน และทำให้เกิดอาการปวดศีรษะด้วย
จะต้อง หลีกเลี่ยง การอาเจียนในคนที่มีก้อนบวมที่คอ หรือคนที่มีหน้าอกอ่อนแอ หรือคนที่มีคอเล็ก หรือผู้ที่มีแนวโน้มเลือดออกง่าย หรือคนที่ไม่ชอบการอาเจียน หรืออาเจียนยาก ส่วนในคนที่อาเจียนมากเกิน เช่น คนที่ไม่รู้จักควบคุมตัวเอง คนที่กินมากจนอิ่มแน่น หลังจากนั้นจึงอาเจียนออกมา จะทำให้เกิดผลร้ายหลายอย่าง เช่น ทำให้แก่ก่อนวัยอันควร ทำให้เกิดโรคฝีหนอง ทำให้เคยชินกับการต้องอาเจียนอยู่ตลอด การทำให้อาเจียนในช่วงขาดน้ำ หรืออวัยวะ
ภายในอ่อนแอ หรือในผู้สูงอายุ หรือผู้มีร่างกายอ่อนแอ การทำให้อาเจียนจะเป็นอันตรายมาก
เวลาที่ดีที่ควรจะทำให้อาเจียน คือ เวลาหน้าร้อน และฤดูใบไม้ผลิ ไม่ใช่หน้าหนาว หรือฤดูใบไม้ร่วง ก่อนจะอาเจียนต้องหลับตาสองข้าง รัดหน้าท้องให้แน่น เมื่ออาเจียนเสร็จแล้วให้ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น และให้ดื่มน้ำแอปเปิล น้ำกุหลาบ จะมีประโยชน์อย่างแน่นอน
การอาเจียน จะขับสารพิษในกระเพาะอาหารส่วนต้นออก และดึงดูดจากด้านล่าง ส่วนการถ่ายท้อง จะกลับกัน ฮิปโปเครติสได้กล่าวไว้ว่า ในช่วงหน้าร้อนสมควรที่จะขับไล่ของเสียออกทางด้านบนมากกว่า จะใช้ยาถ่ายขับออก ส่วนในหน้าหนาวนั้น ให้ขับถ่ายออกทางด้านล่าง
