ชมสไลด์ << กรุณา คลิ็ก >>

[Thai Islamic Medicine][slideshow]

แนวทางการให้ยา และการรักษา

 

 

แนวทางการให้ยา และการรักษา


ท่านนบี ซล. ได้ใช้ ยา ด้วยตัวของท่านเอง การใช้ยาของท่านนั้นเป็นการใช้สำหรับผู้ที่ป่วยในครอบครัวของท่าน และศอฮาบะห์ของท่าน และการใช้ยาตามแนวทางของท่านจะไม่ใช้ยาที่มีส่วนผสมยุ่งยากแบบเภสัชกรหรือคนปรุงยาทั่วๆ ไป แต่ยาส่วนมากจะเป็นยาเดี่ยว ประกอบด้วยตัวยาอย่างเดียว ถ้ามีการเพิ่มเติมสารอีกอย่างหนึ่งเข้าไปก็เพื่อไปช่วยตัวแรก หรือเพื่อให้รสชาติดีขึ้นเท่านั้น วิธีการเช่นนี้เป็นที่นิยมใช้ในหมู่แพทย์หลายๆ ชาติทั้งอาหรับ ตุรกี ชาวนอร์แมด ชาวโรมัน ชาวกรีก และชาวอินเดียเป็นส่วนมาก

เป็นที่เห็นสอดคล้องกันในหมู่แพทย์แล้วว่า ถ้าหากเมื่อใดสามารถรักษาให้หายได้โดยการใช้ อาหาร ก็จะไม่ใช้ยา และเมื่อใดสามารถทำให้หายได้ด้วย ยาเดี่ยว ก็จะไม่พยายามเปลี่ยนมาให้ยาที่ซับซ้อนกว่า มีคำกล่าวว่า

“โรคทุกโรคถ้ากิน อาหาร แล้วหาย ก็อย่าไปพยายามให้ยา”

และยังมีคำกล่าวอีกว่า

“ไม่สมควรที่แพทย์จะกรอกยาให้ผู้ป่วย เพราะยานั้นถ้าหากเมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วไม่พบโรคที่มันจะรักษาได้ หรือไม่พบโรคที่เหมาะกับมัน หรือพบโรคที่เหมาะกับมันแล้วแต่จำนวนยานั้นมากกว่าตัวโรคเอง ยานั้นกลับจะกลายเป็นทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายแทน”


แพทย์ที่เก่ง ๆ ส่วนใหญ่จะใช้ยาเดี่ยวก่อนเป็นส่วนใหญ่ ถือเป็นแพทย์กลุ่มใหญ่ หนึ่งในสามกลุ่มของบรรดาแพทย์ด้วยกัน เนื่องจากยานั้นเป็นเสมือนอาหารอย่างหนึ่ง ประชาชาติหรือกลุ่มชนที่บริโภคอาหารเดี่ยวเป็นหลัก มักจะเป็นโรคน้อย ไม่ร้ายแรงมากนัก และดังนั้นแพทย์ของเขาก็มักจะให้ยาเดี่ยวกับคนไข้เป็นส่วนใหญ่

คนที่อยู่ในเมืองที่ชอบรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบซับซ้อนขึ้น เวลารับประทานยาก็มักจะต้องใช้ยาที่มีส่วนประกอบหลายอย่างเช่นกัน สาเหตุที่เป็นดังนี้เนื่องจาก โรคของเขามักจะไม่ใช่โรคธรรมดา แต่จะซับซ้อนกว่า ดังนั้น การใช้ยาผสมจึงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่า แต่คนไข้ของท่านนบี ซล. ส่วนมากนั้นเป็นพวกเร่ร่อน หรือพำนักอยู่ในทะเลทราย ซึ่งบริโภคอาหารเดี่ยวเป็นหลัก และเป็นโรคที่ไม่ซับซ้อน ดังนั้นการให้ยาเดี่ยวแก่เขาจึงเป็นการเพียงพอแล้ว

นี่คือหลักฐานทางการแพทย์อย่างหนึ่งในการสมควรให้ ยาเดี่ยว ในคนไข้ของท่านนบี ซล. นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่นอีกด้วย นั่นก็คือ การเปรียบเทียบการแพทย์ทั่วไป กับการแพทย์ของท่านนบี ซล. นั้น ก็เปรียบเหมือนกับเอาการแพทย์แบบชาวบ้านมาเปรียบเทียบกับการแพทย์ของเทพยดานั่นเอง ซึ่งแพทย์แผนปัจจุบันทั่วไปนั้นก็ได้ยอมรับอยู่ในตัวแล้วว่า การรักษาของพวกเขาบางครั้งเป็นเพียงการเทียบเคียงกับโรคอื่น ๆ หรือเป็นการทดลองยา หรือยาผีบอก หรือข้อสมมุติฐานต่าง ๆ บางคนก็ใช้สัตว์มาทดลองดูแล้วนำผลนั้นมาใช้กับมนุษย์

เช่น การที่เขาสังเกตเห็นแมวกินสัตว์มีพิษเข้าไป แล้วไปเลียน้ำมันจากตะเกียง เพื่อสลายพิษร้ายของสัตว์พิษนั้น หรือพวกเขาสังเกตเห็นงูที่ออกมาจากรูของมันบนพื้นดินและมีปัญหาเกี่ยวกับการเห็นของมัน งูนั้นก็จะไปที่ใบยี่หร่าและเอาตาของมันถูไปมาที่ใบนั้นหรือการที่เขาเห็นนกกินน้ำทะเลเมื่อมันท้องผูก สิ่งเหล่านี้เป็นตัวอย่างให้เห็นถึงหลักการแพทย์สมัยปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

ตัวอย่างเหล่านี้ ไม่มีครั้งไหนแสดงให้เห็นเลยว่าได้รับการดลใจมาจากพระผู้เป็นเจ้า เช่นที่ท่านนบี ซล. ได้รับมา ทำให้รู้ได้ทันทีว่า สิ่งใดมีประโยชน์และสิ่งใดมีโทษโดยไม่ต้องทำการทดลองเช่นแพทย์ปัจจุบัน ดังนั้น การเปรียบเทียบความรู้ของเขากับความรู้ของท่านนบี ซล.ก็คือ การเปรียบเทียบการแพทย์เหล่านี้ กับการดลใจของอัลลอฮ์ ซบ. นั่นเอง นอกจากนั้น ยังมียาหลาย ๆ อย่างของท่านนบี ซล. ที่สามารถทำให้หายจากโรคได้ โดยที่สติปัญญาของแพทย์ใหญ่ ๆ เหล่านั้นไม่สามารถจะคิดถึงมันได้ ความรู้ของเขา การทดลองของเขา และการเปรียบเทียบของเขา ก็เป็นความรู้อันมีจำกัด ไม่อาจจะหาได้พบในเรื่อง ต่าง ๆ ทั้งหมด

จากการแพทย์แผนปัจจุบันที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่า ยารักษาโรคหัวใจ หรือด้านจิตวิญญาณ ความแข็งแกร่งของ พลังจิต อันเป็น ยาจากพระเจ้า การมีคุณธรรมต่อสิ่งที่ถูกบังเกิด ต่าง ๆ มีค่าเป็นอย่างไร การเชื่อว่า "ทุก ๆ โรค นั้น มียารักษา" จริงหรือไม่ เราจะได้อธิบายในโอกาสหน้า  >> ติดตามได้ที่นี่ >>




ยารักษากาย

[medicine][stack]

ธรรมชาติบำบัด

[ยารักษาใจ][grids]

ยาจากพระเจ้า

[ยาจากพระเจ้า][btop]