การรักษาโรคลมชัก ขับไล่วิญญาณ

การรักษาโรคลมชักชนิด "โรคของพระเจ้า"
ดังได้กล่าวมาแล้ว ว่า โรคลมชักมี สองชนิด คือ
- ชนิดแรก เกิดจากวิญญาณชั้นต่ำที่เข้าสิง
- ชนิดที่สอง เกิดจากส่วนผสมที่เป็นพิษอยู่ในร่างกาย
การรักษาโรคลมชักชนิดแรก หรือ "โรคของพระเจ้า" (ที่เกิดจากวิญญาณชั่วร้าย) นี้ มีสองส่วน
- ส่วนแรก เกี่ยวกับ ผู้ที่เป็นลมชัก
- ส่วนที่สอง เกี่ยวกับ ผู้ที่รักษา
- ส่วนของ ผู้ที่เป็นลมชัก นั้นก็คือ
- ต้องทำใจให้เข้มแข็ง
- และมีความจริงใจที่จะหันไปหา ผู้ที่สร้างวิญญาณเหล่านี้ขึ้นมา
- และขออภัยโทษจากพระองค์ด้วยหัวใจ และลิ้น
- และนี่เป็นส่วนหนึ่งจาก สงครามการต่อสู้กับวิญญาณที่ชั่วร้ายนั้น การจะเอาชนะวิญญาณที่ชั่วร้ายได้ต้องอาศัย
- อาวุธที่เหมาะสม และมี แขนที่แข็งแรง
- ถ้าหากขาดอย่างหนึ่งอย่างใดไป การต่อสู้ย่อมไม่ประสบผลตามที่มุ่งหวังไว้ ดังนั้น ถ้าขาดทั้งสองสิ่งยิ่งไม่สามารถจะสู้โรคร้ายได้เลย ดังนั้น หัวใจที่ขาด สิ่งเหล่านี้ ก็เท่ากับเขาไม่มีอาวุธอะไรเลยที่จะไปสู้กับวิญญาณร้ายได้ กล่าวคือ
- ขาดความเชื่อมั่นในอัลลอฮ์ ซบ. องค์เดียว
- ขาดการมอบหมายต่ออัลลอฮ์ ซบ.
- ขาดความเกรงกลัวต่ออัลลอฮ์ ซบ.
- ขาดการมุ่งสู่อัลลอฮ์ ซบ.
- ส่วนที่สอง เกี่ยวข้องกับ ผู้รักษา จะต้องมี สองสิ่ง เช่นเดียวกับ ผู้เป็นโรค เหมือนกัน ถ้าเขามีสองสิ่งนี้อยู่เต็มเปี่ยมแล้ว เพียงแค่การกล่าวว่า “จงออกไป” หรือ “ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ซบ.” หรือกล่าวว่า “ไม่มีพลังอำนาจใดๆ นอกจากอัลลอฮ์ ซบ.เพียงองค์เดียว”
- ท่านนบี ซล.ได้เคยกล่าวว่า “จงออกไปเถิดเจ้าศัตรูของอัลลอฮ์ ซบ. ฉันเป็นศาสดาของอัลลอฮ์ ซบ.” (ซอเฮียะห์อะห์หมัด, 171/172/4)
ความว่า “อย่าคิดว่าเราได้สร้างพวกเจ้ามาเพียงเพื่อเล่นสนุก และอย่าคิดว่าพวกเจ้าจะไม่ต้องกลับไปหาเรา” (อัลมุอมินูน, 115)
ท่านเชค ได้เล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า ครั้งหนึ่งท่านได้อ่าน อายะห์นี้ ในหูของผู้ป่วยรายหนึ่ง และวิญญาณที่สิงอยู่ในผู้ป่วยนั้นได้ตอบกลับมาว่า “ใช่แล้ว” โดยส่งเสียงดังจนกลบเสียงกุรอ่าน ท่านเชค ได้เล่าต่อว่า ฉันจึงเอาไม้เรียวออกมาฟาดไปที่คนๆ นั้นที่ คอ จนกระทั่งมือของฉันเมื่อยล้า และคนป่วยก็เกือบตายจากการถูกตี ขณะที่ฟาดนั้นวิญญาณชั่วร้าย ซึ่งเป็นหญิงได้กล่าวว่า “ฉันรักคนๆ นี้” ฉันตอบว่า “เขาไม่ได้รักท่าน” วิญญาณพูดอีกว่า “ฉันต้องการจะไปบำเพ็ญฮัจย์กับคนๆ นี้” ฉันตอบอีกว่า “เขาไม่ได้ต้องการไปกับท่าน” วิญญาณพูดอีกว่า “ฉันจะออกจากร่างชายคนนี้เพื่อเห็นแก่ท่าน” ฉันตอบอีกว่า “อย่าเลย แต่จงออก เพราะท่านเชื่อฟังอัลลอฮ์ ซบ. และรอซูลของพระองค์ดีกว่า” วิญญาณพูดอีกว่า “อย่างนั้นฉันออกละนะ” แล้วคนป่วยก็ฟื้นขึ้น มองไปรอบๆ และกล่าวว่า “ใครพาฉันมาหาเชคที่นี่” คนที่ดูอยู่จึงถามว่า “ท่านถูกตีเจ็บมากไหม” คนป่วยตอบว่า “เชคจะมาตีฉันทำไมในเมื่อฉันไม่ได้ทำอะไรผิด” และเขาไม่ได้รู้สึกตัวเลย ว่าเขาถูกตีอย่างหนักเพียงไร บางครั้งเชคก็ใช้อายะห์กุรซีย์ และมักจะสั่งให้ผู้ที่ถูกวิญญาณเข้าสิง หรือคนที่หายจาก
การถูกเข้าสิงแล้ว ให้อ่านอายะห์นี้บ่อยๆ ร่วมกับกุรอ่านสองซูเราะห์สุดท้าย
กล่าวโดยสรุปแล้ว นี่คือ โรคลมชักชนิดหนึ่งที่ไม่มีใครจะกล้าปฏิเสธ นอกจากผู้ที่ไม่รู้ หรือผู้มีความรู้น้อยนั่นเอง มีข้อสังเกตว่าส่วนใหญ่ของผู้ที่ถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง มักเป็นผู้ที่มีศรัทธาอ่อนแออยู่แล้ว ใจและลิ้นของพวกเขามักจะลืมอัลลอฮ์ ซบ. เขาจึงไม่สามารถกำจัดวิญญาณเหล่านั้นด้วยตัวเองได้ และไม่สามาถใช้สูตรใดๆ ตามแบบอย่างของท่านนบี ซล. ได้เลย และวิญญาณมักจะรู้ว่า คนอ่อนแอเช่นนี้อยู่ที่ไหน และหาพบเสมอ!
ถ้าหากความจริงถูกเปิดเผยขึ้นมา เราก็จะได้พบว่า มนุษย์ส่วนมาก มักจะถูกวิญญาณชั่วร้ายเข้ามามีอิทธิพลในจิตใจ ให้นึกไปในทางชั่วร้ายอยู่เสมอ คนทั่วไปมักไม่สามารถจะหนีจากการควบคุมของมันได้ และบางครั้งถึงกับต่อต้านการหนีนั้นด้วย คนส่วนมากที่เป็น โรคลมชัก มักเป็นชนิดนี้ โดยที่คนป่วยจะปลุกไม่ตื่น นอกจากสิ่งปกปิดที่ปิดกั้นจนตาเขามืดบอดถูกเปิดออก เขาจะไม่มีวันรู้ได้เลยว่า เขากำลังถูกครอบงำโดยวิญญาณชั่วร้ายได้อย่างง่ายดาย และการรักษา โรคลมชัก ดังกล่าวก็ด้วยการให้ สติปัญญาที่ดี ได้เชื่อมต่อกับ ความศรัทธา ในสิ่งที่ท่านศาสนทูตนำมาอย่างแท้จริง ให้สวรรค์และนรกอยู่ในจิตใจและความคิดเขาอยู่ตลอดเวลา เขาก็จะรู้ถึงสภาพของคนในโลกดุนยานี้ที่จะต้องได้รับการทดสอบจากพระเจ้าและภัยต่างๆ อยู่เสมอๆ เสมือนกับ อยู่ใต้ฟ้าก็ย่อมต้องโดนฝน อย่างแน่นอน ซึ่งตอนนั้นคือ ตอนที่เขาป่วยเป็นโรคลมชักอยู่นั่นเอง แม้การเป็น โรคลมชัก จะรุนแรง หายารักษาได้ยาก แต่เมื่อมันเกิดกับบุคคลทั่วๆ ไป และบ่อยๆ แล้ว ในที่สุดมันก็จะกลายเป็นสิ่งธรรมดาไป ไม่น่ากลัวและไม่ทำอันตรายมากอย่างที่คิด เมื่ออัลลอฮ์ ซบ.ทรงประสงค์ให้เขาได้หายจากโรคลมชัก เขาก็สามารถจะหายได้ และเมื่อเขาสังเกตดูผู้คนในโลกรอบๆ ตัวเขา เขาก็จะพบว่าแทบทุกคนเป็น โรคลมชัก ในระดับต่างๆ กัน บางคนถึงขั้นเป็นบ้าไป บางคนก็มีเวลาที่จะรู้สึกตัวบ้างเป็นบางครั้ง แล้วก็กลับไปเป็นอย่างเดิมอีก บางคนรู้สึกตัวดีครึ่งหนึ่ง และเป็นบ้าอีกครึ่งหนึ่งของเวลา เมื่อดีๆ เขาก็สามารถทำงานเหมือนคนปกติ แต่เมื่อ โรคลมชัก จับก็จะไม่รู้สึกตัวอีก
