การรักษาด้วยการงดเว้นของแสลง
แนวทางของท่านนบี ซล. ในการรักษาด้วยการงดเว้นของแสลง
การรักษา นั้นโดยรวมแล้วสามารถแบ่งได้เป็น สองอย่าง ก็คือ
- การงดเว้น หรือ หลีกห่างจากของแสลง และ การรักษาสุขภาพ
เมื่อเกิดความเจ็บป่วยขึ้นจาก การรวมตัวกันของสารพิษ ก็ต้องมีการ ขับถ่าย เพื่อให้สารพิษหรือของเสียเหล่านั้นออกจากร่างกายไป ดังนั้น หลักการแพทย์โดยรวม จึงขึ้นอยู่กับหลักสามประการนี้เอง (คือ การงดเว้นของแสลง การรักษาสุขภาพ และ การขจัดของเสีย :ผู้แปล)
การงดเว้นของแสลง นั้นแบ่งได้เป็น สองชนิด คือ งดเว้นจากสิ่งที่ทำให้เกิดโรค และ งดเว้นจากสิ่งที่ทำให้โรคนั้นๆ กำเริบขึ้น
การงดเว้น แบบแรกนั้น สำหรับ คนสุขภาพแข็งแรง ส่วน การงดเว้น แบบที่สองนั้น สำหรับ คนป่วย เมื่อคนป่วยนั้น งดเว้นจากบางสิ่งบางอย่างที่แสลงต่อโรคของเขา โรคของเขาก็จะไม่กำเริบมากขึ้น และในที่สุดความแข็งแรงภายในร่างกายเขาก็จะขจัดโรคนั้นๆ ออกมาเอง หลักฐานในการงดเว้นสิ่งที่แสลงนั้นก็คือ คำกล่าวของอัลลอฮ์ ซบ.ที่ว่า ..ความว่า
“เมื่อพวกท่านป่วย หรืออยู่ในระหว่างเดินทาง หรือได้ ขับถ่าย ออกมา หรือได้สัมผัสหญิงสาว และพวกท่านไม่พบ น้ำgลยก็จงทำการตะยำมุม ด้วย ดิน ที่สะอาดเถิด” (อันนิซาอ์, 43)
การงดเว้น ไม่ให้ผู้ป่วยใช้น้ำ ก็เนื่องจากน้ำนั้นจะทำให้เขาไม่สบายมากขึ้น
ในหนังสือ “สุนันอิบนิมาญะห์” และผู้อื่น จากอุมมุมันซิร บินติกอยซ ซึ่งเป็นชาวอันศอรได้กล่าวว่า “ท่านนบี ซล. ได้เข้ามาหาฉัน โดยมีท่านอาลีผู้ซึ่งเพิ่งจะฟื้นไข้ได้มากับเขาด้วย และที่บ้านฉันก็มีพวงอินทผลัมสุกแขวนอยู่ ท่านนบี ซล.ได้รับประทานมัน ท่านอาลีก็ได้เข้ามาร่วมรับประทานด้วย ท่านนบีก็ได้กล่าวกับท่านอาลีว่า “เธอเพิ่งจะฟื้นไข้มานะ” ท่านอาลีจึงหยุดรับประทาน และฉันจึงได้ทำ ข้าวบาร์เลย์ กับซิลิก ให้ ท่านนบี ซล. ก็ได้กล่าวกับอาลี รด.ว่า
“จงรับประทานอาหารนี้เถิด มันมีประโยชน์สำหรับท่าน” หรืออีกรายงานหนึ่งว่า “จงรับประทานอาหารนี้มันเหมาะสำหรับท่าน” (ระดับดี อิบนิมาญะห์, 3442)
และในหนังสือ “สุนัน อิบนิมาญะห์” จากท่านซุฮัยบ์ได้กล่าวว่า “ฉันได้ไปหาท่านนบี ซล. ท่านมี ขนมปังและอินทผลัม อยู่เบื้องหน้าของท่าน ท่านได้กล่าวว่า “มาซิ มากินอาหาร” ฉันจึงได้หยิบอินทผลัมมารับประทาน ท่านนบี ซล.ได้กล่าวว่า “ท่านกินอินทผลัมทั้งๆ ที่ท่านเป็นโรคตาอักเสบหรือ” ฉันได้กล่าวว่า “โอ้ท่านรอซูลู้ลลอฮ์ ฉันกินอีกข้างหนึ่ง (ข้างที่ไม่ได้เป็น)” ท่านนบี ซล.ยิ้มและไม่ได้ว่าอะไรอีก
อีกหะดีษหนึ่งบอกว่า “เมื่อพระองค์อัลลอฮ์ ซบ. ทรงรักบ่าวคนใด พระองค์ก็จะหลีกเลี่ยงเขาให้พ้นจากโลกดุนยา เช่นที่พวกท่านหลีกเลี่ยงคนป่วยจากอาหาร และน้ำดื่ม และในอีกคำพูดหนึ่งว่า “แท้จริงเมื่ออัลลอฮ์ ซบ.ทรงรักบ่าวของพระองค์ที่เป็นผู้ศรัทธามั่น พระองค์ก็จะทรงหลี่กเลี่ยงเขาให้พ้นจากเรื่องของโลกนี้” (ซอเฮียะห์ ติรมิซีย์,2036) มีคำกล่าวที่ได้ยินกันทั่วไปว่า “การหลีกเลี่ยง เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการรักษา กระเพาะ เป็นแหล่งรวมของโรคต่างๆ จงให้ในสิ่งที่ร่างกายเขาคุ้นเคย” คำกล่าวนี้ไม่ใช่หะดีษของท่านนบี ซล. แต่เป็นคำพูดของท่านฮาริษ บินกัลดะห์ แพทย์ใหญ่ชาวอาหรับ ไม่สมควรจะยกย่องเขามาเท่าเทียมกับคำพูดของท่านนบี ซล.
มีรายงานจากท่านนบี ซล.กล่าวว่า “แท้จริง กระเพาะ นั้นเป็นที่เก็บน้ำของร่างกาย และเส้นเลือดที่มายังมันก็จะเป็นตัวรับเอาของเหล่านั้นไป เมื่อกระเพาะดี ทำหน้าที่ได้ถูกต้อง มันก็จะออกไปทางเส้นเลือดกลายเป็นเลือดที่ดี เมื่อกระเพาะป่วย เป็นโรคและอ่อนแอ เส้นเลือดที่ออกจากมันก็จะเต็มไปด้วยโรคไปด้วย” (ระดับอ่อน ตอบรอนีย์, 86/5)
ท่านฮาริษได้กล่าวว่า “หัวใจของการรักษาทางการแพทย์ คือ การงดเว้นของแสลง” และการงดของแสลง ในทรรศนะของพวกเขาก็เพื่อให้มีการขจัดของเสียในร่างกายคนไข้ออกไป คนไข้ก็จะฟื้นไข้ได้ นอกจากนี้ การงดของแสลง ยังมีประโยชน์สำหรับคนเพิ่งฟื้นไข้ด้วย เนื่องจากสภาพร่างกายของเขายังไม่แข็งแรงดังเดิม ระบบการย่อยอาหารยังทำงานไม่ได้เต็มที่ อวัยวะในร่างกายยังง่ายต่อการติดโรค อาหารที่ไม่ดีจะทำให้อาการของเขาทรุดลงใหม่และเมื่อทรุดลงแล้ว การรักษาให้ฟื้นเหมือนเดิมจะยากกว่าการรักษาในครั้งแรก
การที่ท่านนบี ซล.ได้ห้ามท่านอาลี รด.ไม่ให้รับประทานจากพวงที่แขวนไว้ เนื่องจากเพิ่งฟื้นไข้นั้นเป็นการกระทำที่เหมาะสมอย่างยิ่ง คำว่า “ดะวาลี” หมายถึง ตะขอที่ทำจากอินทผลัมสด แขวนไว้ในบ้านสำหรับรับประทาน เนื่องจากผลไม้นั้นสามารถทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ จึงอาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่เพิ่งฟื้นไข้ และสภาพธรรมชาติร่างกายของเขายังไม่มีกำลังมากพอ ยังยุ่งอยู่กับการ ขับไล่พิษ และของเสียออกจากร่างกายอยู่ และในอินทผลัมสุกนี้มี สารที่ย่อยยาก สำหรับกระเพาะอาหาร ซึ่งกำลังยุ่งอยู่กับการซ่อมแซมรักษาตัวเองจากผลของโรคที่ยังคงหลงเหลืออยู่ การกินพวงผลไม้นี้ จึงทำให้การขจัดของโรค ที่ยังเหลืออยู่ในร่างกายต้องหยุดลง หรือเพิ่มโรคให้กำเริบขึ้น เมื่อมีข้าวบาร์เลย์และซิลิกมาให้ ท่านนบี ซล. จึงสั่งให้ท่านอาลี รด.รับประทาน เนื่องจากมันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่เพิ่งฟื้นไข้
น้ำข้าวบาร์เลย์ จะช่วยให้เย็น และให้สารอาหารที่ร่างกายต้องการ มันอ่อนนุ่มและย่อยง่าย ทำให้ธรรมชาติร่างกายของเขาแข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้มาปรุงร่วมกับ ซิลิก ดังนั้น อาหารชนิดนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนฟื้นไข้ที่กระเพาะยังไม่แข็งแรงดี และไม่ทำให้เกิดสารพิษขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่แพทย์ไม่อยากให้เกิด ท่านเซค บินอัสลัมได้กล่าวว่า “ท่านอุมัร รด.ได้ห้ามของแสลงแก่คนป่วยคนหนึ่งอย่างมากมาย จนในที่สุดเขาต้องดูดแต่เมล็ดอินทผลัม”
กล่าวโดยสรุป การห้ามของแสลง เป็นวิธีที่มีประโยชน์ในช่วงก่อนที่จะป่วย การห้าม มันก็จะทำให้ไม่ป่วย และ เมื่อป่วยแล้ว การห้ามมันก็จะเป็นการไม่ทำให้โรคกำเริบขึ้น หรือแพร่กระจายมากขึ้นนั่นเอง
แต่ถ้าเป็น ของแสลงที่คุณชอบ จะจัดการอย่างไรดี >> โปรดติดตามได้ที่นี่ >>
แต่ถ้าเป็น ของแสลงที่คุณชอบ จะจัดการอย่างไรดี >> โปรดติดตามได้ที่นี่ >>

